Systemic hyperthermia

ในอดีตเมื่อปี 1996 ได้มีรายงานทางการแพทย์ที่พูดถึงการหายไปเองโดยธรรมชาติของก้อนมะเร็ง  ได้แก่ มะเร็งไต มะเร็งเต้านม และมะเร็งผิวหนังชนิด Melanoma บทสรุปของการรายงานอธิบายว่าการหายไปของมะเร็งเหล่านี้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันที่ดีของคนไข้เองที่เข้าไปทำลายมะเร็ง

ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการรักษาในปัจจุบันที่พยายามจะให้คนไข้มีภูมิคุ้มกันที่ดีเพื่อเข้าไปจัดการกับก้อนมะเร็งให้ก้อนมีขนาดเล็กลงในคนที่ยังรักษาอยู่ และเพื่อเข้าไปตรวจตราทำลายเซลล์ที่อาจยังหลงเหลืออยู่ในร่างกายในคนที่รักษาเสร็จแล้วเพื่อลดการกลับมาเป็นซ้ำของโรค  จากรายงานพบว่าในภาวะที่ร่างกายถูกรุกรานจากเซลล์มะเร็งหรือว่าร่างกายมีการติดเชื้อนั้น  โดยธรรมชาติร่างกายจะตอบสนองด้วยการมีไข้ขึ้นเพราะเมื่อมีไข้ขึ้นจะเป็นการกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวออกมาทำงานด้วยตนเอง พบว่าคนไข้มะเร็งเองหลายคนจะมีไข้เป็น ๆ หาย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุซึ่งเราจะเรียกว่าไข้จากโรค (Tumor fever) ซึ่งหนึ่งในเหตุผลของการเกิดไข้นั้นอาจจะเกิดจากการที่ร่างกายพยายามสู้กับโรคเอง โดยการสร้างไข้เพื่อให้มีเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นเพื่อไปทำลายมะเร็ง

มีการศึกษาพบว่าหากให้คนไข้เข้านอนในเครื่องให้ความร้อนแบบทั่วร่างกาย (Systemic Hyperthermia) เพื่อให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 39.5 องศาเซลเซียส พบว่าเม็ดเลือดขาวที่เป็นเซลล์เพชฌฆาต (NK-cell) และเม็ดเลือดขาวทีเซลล์ (T-cell) มีปริมาณมากขึ้น

หนึ่งในเทคนิคการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้คือ “การสร้างไข้เทียม” (Artificial thermal elevation of  body temperature; Whole Body Hyperthermia)   พบว่าการที่ร่างกายมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นถึง 39-40 องศาเซลเซียสจะส่งผลให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้นผ่านการเพิ่มขึ้นของ ฮีทช็อคโปรตีน (Heat shock protein; HSP)ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์(T-cell),  บีเซลล์(B-cell), แมคโครฟาจ(Macrophage), เดนไดรติก(Dendritic cell), และเซลล์เพชฌฆาต(NK-cell) การที่เม็ดเลือดขาวมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้น หรือเม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวเข้าไปถึงจุดที่มีปัญหาในร่างกายได้ง่ายขึ้นย่อมส่งผลดีต่อการรักษา มีการศึกษาพบว่าหากให้คนไข้เข้านอนในเครื่องให้ความร้อนแบบทั่วร่างกาย(Systemic Hyperthermia) เพื่อให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 39.5 องศาเซลเซียส พบว่าเม็ดเลือดขาวที่เป็นเซลล์เพชฌฆาต(NK-cell) และเม็ดเลือดขาวทีเซลล์ (T-cell) มีปริมาณมากขึ้น สำหรับคนไข้ที่ยังรักษามะเร็งเราแนะนำทำทุก 1-2 สัปดาห์ สำหรับคนไข้ที่หายจากมะเร็งและอยากป้องกันการ กลับเป็นซ้ำสามารถทำได้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

วิดีโอแนะนำ