ภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้โรคยอดฮิตของคนทุกเพศทุกวัย ต่างก็อยากทราบว่า ภูมิแพ้ต้องพึ่งยาเท่านั้นหรือ? มีวิธีแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาบ้างหรือไม่ คำตอบจะเป็นเช่นไรไปค้นหาพร้อมๆกัน

โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารก่อภูมิแพ้ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่เยื่อบุของอวัยวะต่างๆในร่างกาย เช่น ผิวหนังเยื่อบุโพรงจมูก เยื่อบุตาขาว เยื่อบุทางเดินหายใจ หรือเยื่อบุทางเดินอาหาร เป็นต้น

เมื่อร่างกายสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้จะมีปฏิกิริยาอักเสบ 2 แบบ คือ

  • IgE เป็นการแพ้อย่างเฉียบพลัน จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เช่น การแพ้ยา การแพ้อาหาร
  • IgG เป็นการแพ้อย่างเชื่องช้า เพราะบางครั้งรับประทานอาหาร 2 วัน แล้วมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษา เกิดผื่นขึ้นตามตัวจึงมีบางคนที่งดขนมปัง งดข้าว งดเนย งดนม งดไข่ สักระยะมีอาการดีขึ้น ซึ่งในเด็กเล็กและเด็กโตมักจะเกี่ยวข้องกับอาหารค่อนข้างมาก

ปัจจัยที่ส่งเสริมการเกิดโรคภูมิแพ้ที่สำคัญ คือ พันธุกรรม ถ้าบิดาหรือมารดาเป็นโรคภูมิแพ้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ สิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศ อาหาร สารเคมี เป็นต้น พฤติกรรมการดำรงชีวิต เช่น การรับประทานอาหาร การนอน การออกกำลังกาย และความเครียด

การรักษาโรคภูมิแพ้แบบการแพทย์ทั่วไป เน้นการใช้ยาและยากลุ่มสเตียรอยด์ ยากดภูมิคุ้มกัน นับเป็นการรักษาที่ปลายเหตุและต้องใช้ยาในระยะยาว สำหรับยาสเตียรอยด์เมื่อใช้ไปนานๆย่อมมีผลข้างเคียง และนอกจากนี้ยังมีการหาสารภูมิแพ้เพื่อเลี่ยงสิ่งที่แพ้และฉีดวัคซีนที่ทำจากสารก่อภูมิแพ้เจือจาง แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา

การรักษาโรคตามแนวทางการแพทย์แบบบูรณาการ แก้ไขที่ต้นเหตุของการเกิดโรค ร่วมกับการปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

  • ตรวจภูมิคุ้มกันชนิด IgG การแพ้อาหารแบบแอบแฝง เมื่อพบการแพ้และงดอาหารประเภทที่แพ้ สามารถหยุดอาการแพ้ได้สนิท โดยไม่ต้องรับประทานยาแก้แพ้อีกต่อไป
  • โภชนาการบำบัด ที่มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบของร่างกายในแง่ของแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดจะนิยมใช้ สารอาหารจากธรรมชาติ เช่น กรดไขมันโอเมก้า สารสกัดขมิ้นชัน ไพล ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบจากภาวะภูมิแพ้ได้โดยที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า การใช้ยาลดการอักเสบประเภทสเตียรอยด์นั่นเอง
  • ลดปัจจัยที่มีผลต่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะความเครียดทางกาย ทางใจ ความเครียดทำให้ต่อมหมวกไตล้าและส่งเสริมการอักเสบในร่างกาย หลายคนอาการดีขึ้นเมื่อปรับวิถีชีวิต งดเหล้า งดบุหรี่ เป็นต้น
  • การปรับระบบภูมิคุ้มกันใหม่ แก้ไขที่ต้นตอ โดยการฝึกสอนระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำเชื้อโรคและสามารถทำหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถช่วยให้ภูมิแพ้ที่เป็นอยู่หายได้

ภูมิแพ้เป็นแล้วการรักษาคือสิ่งจำเป็น แต่การพึ่งยาตลอดไปอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะถ้าหาสาเหตุพบและแก้ไขตรงจุดก็มีสิทธิ์ปลอดจากภูมิแพ้ หรืออย่างน้อยเปลี่ยนวิธีจะช่วยให้สุขภาพดีได้ไรผลข้างเคียง

การรักษาแบบบูรณาการ

แก้ไขที่ต้นเหตุของการเกิดโรค ร่วมกับการปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

  • โภชนบำบัด ที่มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบของร่างกายในแง่ของแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดจะนิยมใช้ สารอาหารจากธรรมชาติเช่น กรดไขมันโอเมก้า สารสกัดจากขมิ้นชัน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบจากภาวะภูมิแพ้ได้โดยที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่าการใช้ยาลดการอักเสบประเภทสเตียรอยด์นั่นเอง

  • ลดปัจจัยที่มีผลต่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะความเครียดทางกาย ทางใจ ความเครียดทำให้ต่อมหมวกไตล้า และส่งเสริมการอักเสบในร่างกาย หลายคนอาการดีขึ้นเมื่อปรับวิถีชีวิต งดแอลกอฮอล์ บุหรี่ เลี่ยงอาหารที่แพ้ เป็นต้น

  • วัคซีนลดอาการแพ้ เป็นการหยุดกระบวนการอักเสบโดยวิธีธรรมชาติด้วยการสกัดเอาแอนตี้บอดี้ออกมาจากร่างกายไปทำให้เป็นวัคซีนและฉีดกลับมาที่ร่างกายเพื่อสร้างเม็ดเลือดขาวขึ้นมาต่อต้านเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโดยวิธีธรรมชาติ

  • การปรับระบบภูมิคุ้มกันใหม่ แก้ไขที่ต้นตอ คือ ต่อมไทมัส ซึ่งทำหน้าที่สอนระบบภูมิคุ้มกันชนิด T cell ให้จดจำเชื้อโรครวมถึงรู้จักการทำงานต่างๆในระบบอันซับซ้อน ความผิดพลาดในการทำหน้าที่ของต่อมไทมัส ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต่างๆรวน เราจึงแก้ไขที่สาเหตุด้วยการฟื้นฟูต่อมไทมัสซึ่งสามารถช่วยให้ภูมิแพ้ที่เป็นหายไปได้

ภูมิแพ้หากเป็นแล้ว การรักษาคือสิ่งจำเป็น แต่การรักษาโดยพึ่งยาตลอดอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะถ้าหาสาเหตุพบและแก้ไขตรงจุดก็มีสิทธิ์ปลอดจากภูมิแพ้ หรืออย่างน้อยเปลี่ยนวิธีดูแลตนเองโดยไม่ต้องพึ่งยาอีกต่อไปก็จะช่วยให้มีสุขภาพดีได้โดยไร้ผลข้างเคียง

บทความแนะนำ