รังไข่ เป็นอวัยวะที่อยู่ในระบบสืบพันธุ์  มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิงและผลิตไข่ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์

ช่วงอายุของสตรีที่มักจะพบเป็นมะเร็งรังไข่คือ 55-64 ปี

อาการแสดงเริ่มต้น อาจจะรู้สึกว่าท้องโตขึ้น ทานอาหารอิ่มเร็ว แน่นท้อง หรือมีอาการปวดท้องแบบผิดปกติ

การตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ ในปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานคำแนะนำ ยกเว้นกรณีที่ทราบอยู่แล้วว่ามี การกลายพันธุ์ ของยีน BRCA1 และ BRCA2 จะแนะนำให้ทำการตรวจอัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอด ร่วมกับตรวจเลือดดูระดับ ค่า CA 125 ทุก 6-12 เดือน

แนวทางการรักษาปัจจุบัน

    • ผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ทุกคนควรได้รับการตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน
    • การรักษาหลักคือการผ่าตัด มดลูกและรังไข่ออก à โดยจะให้ร่วมกับยาเคมีบำบัด
    • ปัจจุบันมีการให้ยาพุ่งเป้าหลังการรักษาเคมีบำบัดเสร็จสิ้นเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรค

แนวทางการรักษาเสริม

    • การดูแลร่วมกับการผ่าตัด
    • แนะนำให้หยุดทานอาหารเสริม ทุกตัวก่อนการผ่าตัด 7 วัน
    • ส่งเสริมให้ร่างกายมีสารอาหารโปรตีนที่เพียงพอ
    • วิตามินและเกลือแร่ที่เพียงพอ ต่อการฟื้นตัวและการหายของแผลผ่าตัด เช่นวิตามินเอ วิตามินซี แร่ธาตุสังกะสี
    • แผลผ่าตัดดูแลด้วย วิตามินอี หรือ Rose Hip Oil

แนวทางการรักษาเสริม

    • การดูแลร่วมกับการผ่าตัด
      • แนะนำให้หยุดทานอาหารเสริม ทุกตัวก่อนการผ่าตัด 7 วัน
      • ส่งเสริมให้ร่างกายมีสารอาหารโปรตีนที่เพียงพอ
      • วิตามินและเกลือแร่ที่เพียงพอ ต่อการฟื้นตัวและการหายของแผลผ่าตัด เช่นวิตามินเอ วิตามินซี แร่ธาตุสังกะสี
      • แผลผ่าตัดดูแลด้วย วิตามินอี หรือ Rose Hip Oil
  • แก้ปัญหาอาการวัยทองหลัง และกระดูกบาง จากการผ่าตัดรังไข่ออกทั้งหมด
    • สารสกัดธรรมชาติ น้ำมันอีฟนิงพริมโรส (Evening Primrose Oil) แบล็คโคฮอช (Black Cohosh)  เซนต์จอห์นเวิร์ต ( John’s Wort)
    • เสริมด้วยแร่ธาตุแคลเซียม วิตามิน ดี 3  และวิตามินเค 2 เพื่อป้องกันกระดูกบาง
    • การออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ สร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ ลดไขมันเลว (LDL)  ลดโอกาสเกิดความดันโลหิตสูง ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ โดยเลือกออกกำลังกายตามที่ชอบก่อน จากนั้นค่อย ๆ ปรับเพิ่มระดับความเข้มข้นของการออกกำลังกายจากความเข้มข้นน้อยไปสู่ความเข้มข้นปานกลาง (Light to Moderate Exercise)

แนะนำให้มีการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อด้วย (Strengthening Exercise)

  • การดูแลร่วมกับเคมีบำบัด
    • สูตรยาเคมีที่นิยมใช้ในการรักษามะเร็งรังไข่ มักจะมีผลข้างเคียง เช่น กลุ่มยา แพลทินัม อาจจะกดไขกระดูก และทำให้คลื่นไส้อาเจียน หรือ กลุ่มยา Taxanes ที่มีผลต่อปลายประสาททำให้มีปลายนิ้วมือและเท้าชา เป็นต้น การดูแลร่วมสามารถให้วิตามินหรือสารสกัดบางอย่างที่มีฤทธิ์ในการช่วยป้องกันผลข้างเคียงจากยา โดยไม่กระทบการทำงานของเคมีบำบัด เช่น มีงานวิจัยเรื่องการให้ alpha-lipoic acid ในการป้องกันมือเท้าชาจากยากลุ่ม Taxanes
    • การเสริมฤทธิ์ยาเคมีด้วยการให้ความร้อนกับร่างกาย เช่นการให้ความร้อนทั่วร่างกาย Systemic Hyperthermia หรือ การให้ความร้อนเฉพาะที่ Local Hyperthermia
    • หากมีภาวะซีดจากยาเคมีบำบัดสามารถเข้ารับการปรึกษาเรื่อง การบำบัดด้วยออกซิเจนความกดบรรยากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy)
Share
Akesis Life - Integrative Oncology
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.