บทบาทของการวินิจฉัยเชิงโมเลกุลในเวชศาสตร์ป้องกัน
โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการวินิจฉัยในระยะลุกลาม ทำให้การรักษามีความซับซ้อนและประสิทธิภาพลดลง การตรวจหามะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจึงมีความสำคัญต่อการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การตรวจ Circulating Tumor DNA (ctDNA) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่ถูกปลดปล่อยจากเซลล์เนื้องอกเข้าสู่กระแสเลือด มีศักยภาพในการใช้เป็น biomarker สำหรับการคัดกรองมะเร็งหลายชนิดพร้อมกัน โดยอาศัยเทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) ซึ่งมีความไว (sensitivity) และความจำเพาะ (specificity) ในระดับสูง บทความนี้มุ่งอธิบายหลักการ ความสำคัญ ข้อดี ข้อจำกัด และศักยภาพของ ctDNA ในฐานะเครื่องมือวินิจฉัยเชิงป้องกันสำหรับมะเร็งระยะเริ่มต้น
โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรโลก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งจะเพิ่มขึ้นกว่า 45% ภายในปี พ.ศ. 2573 ทั้งนี้ ร้อยละ 70 ของผู้ป่วยมักได้รับการวินิจฉัยเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลาม ซึ่งสัมพันธ์กับอัตราการรอดชีวิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการพัฒนาเทคนิคการตรวจวินิจฉัยที่สามารถตรวจพบโรคมะเร็งในระยะเริ่มต้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น
เปิดโลกการตรวจมะเร็งด้วย Circulating Tumor DNA
Circulating Tumor DNA (ctDNA) หมายถึงชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมที่ถูกปลดปล่อยจากเซลล์มะเร็งเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต การตรวจ ctDNA จัดอยู่ในกลุ่ม liquid biopsy ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่ถูกปลดปล่อยจากเซลล์มะเร็งเข้าสู่ของเหลวในร่างกาย โดยเฉพาะกระแสเลือด เป็นการเก็บตัวอย่างชีวภาพที่มีความรุกรานต่ำ (minimally invasive) โดยเทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) ทำให้สามารถตรวจหาการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม (genetic mutations) ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งหลายชนิดได้พร้อมกัน
วิธีการดังกล่าวช่วยลดความจำเป็นในการทำ tissue biopsy แบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยการผ่าตัดหรือการเจาะเนื้อเยื่อโดยตรง
กระบวนการตรวจ ctDNA โดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนหลักดังนี้
- การเก็บตัวอย่างเลือด (Blood collection) โดยเก็บเลือดปริมาณประมาณ 10 มิลลิลิตรจากผู้ป่วย
- การเตรียมพลาสมา (Plasma separation) โดยทำการแยกพลาสมาออกจากเลือดทั้งหมด จากนั้นจึงสกัด ctDNA ออกมา
- การวิเคราะห์ทางพันธุกรรม (Genomic analysis): ใช้เทคนิค Next-Generation Sequencing (NGS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการหาลำดับเบสที่มีความละเอียดสูงและสามารถตรวจได้ครอบคลุม ดังนี้
- ตรวจพบ gene mutations หลายชนิดได้พร้อมกัน (multi-gene analysis)
- ตรวจพบ novel mutations ที่อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง
- ประเมิน treatment response และติดตามภาวะ drug resistance ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา
หลังจากขั้นตอนดังกล่าว ก็จะตรวจว่ามีการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเอที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งหรือไม่ รวมถึงระบุชนิดของการกลายพันธุ์ดังกล่าวเพื่อใช้ประกอบการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ชนิดของโรคมะเร็งที่ตรวจได้ (Spectrum of Detectable Malignancies)
การตรวจ ctDNA สามารถตรวจพบความเสี่ยงของมะเร็งที่พบบ่อยอย่างน้อย 10 ชนิด ได้แก่
- มะเร็งปอด (Lung cancer)
- มะเร็งเต้านม (Breast cancer)
- มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal cancer)
- มะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric cancer)
- มะเร็งตับและท่อน้ำดี (Hepatocellular and cholangiocarcinoma)
- มะเร็งตับอ่อน (Pancreatic cancer)
- มะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer)
- มะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal cancer)
- มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial cancer)
- มะเร็งศีรษะและลำคอ (Head and Neck cancer)
จุดเด่นและประสิทธิภาพ (Advantages and Performance)
- ความไว (Sensitivity): 78.1%
- ความจำเพาะ (Specificity): 95.9%
- Minimally invasive: เพียงการเจาะเลือดหนึ่งครั้ง
- ผลลัพธ์รวดเร็ว: ทราบผลภายใน 30 วัน
- Multi-cancer detection: สามารถตรวจพบความเสี่ยงของเนื้องอกหลายชนิดพร้อมกัน
ใครบ้างที่เหมาะสมการตรวจ Circulating tumor DNA (ctDNA)
- บุคคลอายุ 40 ปี ขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งตามอายุ แม้ไม่มีอาการ
- ผู้ที่มี ครอบครัวประวัติมะเร็ง (family cancer history)
- ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การสัมผัสสารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อม และฝุ่นละออง PM2.5
- ผู้ที่มีอายุ18 ปีที่ต้องการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน
- ผู้ที่ไม่อยากเจาะชิ้นเนื้อ หรือ ไม่ต้องการตรวจชิ้นเนื้อ
อย่างไรก็ตามแม้ ctDNA จะมีศักยภาพสูงในการตรวจหามะเร็ง แต่ยังมีข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่
- ใช้ได้เฉพาะใน ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง
- ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา (histopathological diagnosis) ได้โดยสมบูรณ์
- ผลตรวจจำเป็นต้องตีความร่วมกับข้อมูลทางคลินิกและปัจจัยเสี่ยง
การตรวจ ctDNA ได้รับการยอมรับว่าเป็นแนวทางใหม่ของ precision oncology ที่ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความจำเป็นในการใช้วิธีรุกราน เช่น การผ่าตัดชิ้นเนื้อ การบูรณาการเทคโนโลยีนี้เข้ากับการตรวจสุขภาพประจำปีสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองเชิงป้องกัน และอาจช่วยลดภาระทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขในระยะยาว เพราะการตรวจ ctDNA เป็นนวัตกรรมการวินิจฉัยที่มีศักยภาพสูงในเวชศาสตร์ป้องกัน โดยสามารถเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี
References
- World Health Organization. Global cancer observatory. Geneva: WHO; 2023.
- Wan JCM, Massie C, Garcia-Corbacho J, et al. Liquid biopsies come of age: towards implementation of circulating tumour DNA. Nat Rev Cancer. 2017;17(4):223–238.
- Cohen JD, Li L, Wang Y, et al. Detection and localization of surgically resectable cancers with a multi-analyte blood test. 2018;359(6378):926–930.
