Mistletoe Therapy

Mistletoe or scientifically known as Viscum Album, Viscum Coloratum, is a parasitic plant that grows on other perennial plants such as apple trees, oaks or pines. As you may have heard, Mistletoe is a popular seasonal decoration for your home in Europe and America, especially at Christmas. This is because many people believe that Mistletoe brings peace and happiness. However, aside from this auspicious meaning, research studies have shown that Mistletoe can be very effective in restoring health.

In many European countries, Mistletoe is used primarily in the treatment of cancer patients. It has been almost 100 years since medical studies began on the use of Mistletoe and the medicinal benefits it contains. However, over the last 50 years many scientific studies have proven that combined treatment with alternative remedies in parallel with conventional therapies such as radiation and chemotherapy have many benefits.

Mistletoe has been shown to be safe and effective in reducing the side effects of radiation or chemotherapy without compromising the therapeutic efficacy of the main treatment. Data show that Mistletoe has been used to treat breast cancer, pancreatic cancer, colon cancer and lung cancer. In addition, Mistletoe has also proven effective in the treatment of diseases such as HIV, hepatitis and age-related degenerative joint diseases.

Mistletoe has anti-inflammatory effects that affect cancer cells and is also able to stimulate the immune system to work more efficiently. Scientists have also found that the lectin in Mistletoe stimulates white blood cells called macrophages and dendritic cells, which actually helps to destroy cancer cells.

In many European countries, Mistletoe is used primarily in the treatment of cancer patients. It has been almost 100 years since medical studies began on the use of Mistletoe and the medicinal benefits it contains. However, over the last 50 years many scientific studies have proven that combined treatment with alternative remedies in parallel with conventional therapies such as radiation and chemotherapy have many benefits.

The immune-stimulating function also helps patients undergoing surgery. A retrospective study of nearly 800 cancer patients showed that Mistletoe can increase the patients’ window of immunity. For terminal cancer patients, taking Mistletoe can help reduce fatigue, reduce anorexia and, most importantly, improve quality of life, which in turn reduces anxiety and psychological stress.

The usual treatment methods for Mistletoe therapy are as follows:

– Subcutaneous injection (insulin injections for diabetics).
– Intravenous injections

Patients benefit from Mistletoe therapy as follows:

  • Alleviates symptoms of side effects of chemotherapy
  • Helps the patient to recover more quickly
  • Reduces the risk of infection
  • Helps the patient balance their internal clock (improving sleep, digestion and body temperature)
  • Helps reduce the problem of nausea or vomiting
  • Improves mood, reduces depression and stress
  • Helps improve tolerance to pain from cancer

Adverse effects of Mistletoe therapy are not common and usually go away on their own. Occasionally, you may experience a headache, slightly elevated body temperature, or redness around the injection site. This usually occurs when high doses are used. In any case, the benefits outweigh the possible effects.

Contraindications to the use of Mistletoe are as follows:

  • Persons with tumors in the brain or spinal cord
  • Allergic reactions to Mistletoe in the past
  • Pregnant and breastfeeding women

Cases requiring special attention are as follows:

  • Patients with an infection
  • Patients with an autoimmune disease
  • Patients with abnormal thyroid function
  • Patients with a history of latex allergy, allergy to certain fruits such as kiwi, bananas and avocados.
  • People with an allergy to chitin, which is found in the shells of shrimp and squid

ต้นกาฝากมิสเซิลโท

(Mistletoe)

Mistletoe มิสเซิลโท ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Viscum Album, Viscum Coloratum เป็นพืชกึ่งเบียน หรือจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เลยก็คือ ต้นกาฝาก ที่เติบโตบนกิ่งพืชยืนต้นชนิดอื่น  เช่น ต้นแอปเปิ้ล ต้นโอ๊ก หรือต้นสนนั่นเอง  เราอาจจะเคยได้ยินว่า ประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา นิยมนำต้นนี้มาประดับหน้าบ้านในเทศกาลคริสมาสต์  เพราะเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสงบสุขและความโชคดี  แต่รู้หรือเปล่าว่านอกจากจะมีความหมายอันเป็นมงคลนี้แล้ว ต้น Mistletoe ยังมีประโยชน์ในแง่ของการฟื้นบำรุงสุขภาพได้อีกด้วย

โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็ง ที่ประเทศทางยุโรปมีการใช้  Mistletoe ช่วยในการรักษาโรคมะเร็ง เป็นเวลานานมาแล้วเกือบ 100 ปี โดยตั้งแต่เริ่มมีการศึกษาทางการแพทย์มากขึ้นในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา มีการวิจัยและเป็นที่ยอมรับในการนำไปรักษาร่วมกับการรักษาหลักเช่น การฉายแสง และให้เคมีบำบัดอีกด้วย โดยพบว่า Mistletoe นั้น ปลอดภัย ช่วยลดผลข้างเคียงได้เป็นอย่างดี ไม่ลดประสิทธิภาพหรือต่อต้านการรักษาหลัก  จากข้อมูลพบว่ามีการนำมาใช้ในการรักษา โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งปอด  ขณะเดียวกันก็นำมาเสริมรักษาภาวะ HIV  ภาวะตับอักเสบ และโรคข้อเสื่อมตามวัยได้อีกด้วย

เพราะจากการทดลองพบว่า Mistletoe มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และต้านเซลล์มะเร็ง รวมทั้งสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดีขึ้น  โดยพบว่าสาร Lectin ที่อยู่ใน Mistletoe นั้นได้ช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวที่ชื่อแมคโครฟาจ (Macrophage) และ เซลล์เดนไดรติค (Dendritic Cell ) ทำงานได้ดีขึ้นในการทำลายเซลล์มะเร็ง

ประเทศทางยุโรปมีการใช้  Mistletoe ช่วยในการรักษาโรคมะเร็ง เป็นเวลานานมาแล้วเกือบ 100 ปี โดยตั้งแต่เริ่มมีการศึกษาทางการแพทย์มากขึ้นในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา มีการวิจัยและเป็นที่ยอมรับในการนำไปรักษาร่วมกับการรักษาหลัก

ขณะเดียวกันในแง่ของการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและการนำมาใช้ในกลุ่มคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มีรายงานการศึกษาย้อนหลังในคนไข้มะเร็งลำไส้เกือบ 800 คน  โดยพบว่าสามารถช่วยเพิ่มระยะเวลาที่ปลอดจากโรคได้ แต่ในกลุ่มที่คนไข้มีโรคกระจายไปมากแล้วการใช้ Mistletoe จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนไข้ ลดอาการอ่อนเพลีย ลดการเบื่ออาหาร ลดความกังวลได้บ้าง

ลักษณะการใช้ Mistletoe ที่เป็นที่นิยมคือการฉีด มีทั้งการฉีดเข้าทางใต้ผิวหนัง (แบบการฉีดอินซูลินในคนไข้เบาหวาน) และการฉีดเข้าทางเส้นเลือด

โดยประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับจากการใช้ Mistletoe คือ

  • ช่วยลดอาการจากผลข้างเคียงของเคมีบำบัด  โดยช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวเร็ว  ไม่อ่อนเพลียจนเกินไป  ทำให้ไม่เบื่ออาหารมากจนเกินไป
  • ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ช่วยให้นาฬิกาชีวิตของผู้ป่วยทำงานได้สมดุลไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนอน การทานอาหาร การย่อย อุณหภูมิของร่างกายไม่ต่ำจนเกินไป
  • ช่วยลดปัญหาเรื่องอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ปรับอารมณ์ให้ไปในทางบวก ลดภาวะซึมเศร้า หรือเครียดจนเกินไป
  • ช่วยให้อาการปวดจากก้อนมะเร็งควบคุมได้ง่ายขึ้น

โดยผลข้างเคียงที่พบได้ส่วนมากไม่ใช่ปัญหาที่อันตรายอาการข้างเคียงพบเพียงเล็กน้อยและสามารถหายไปได้เอง เช่น อาจจะพบมีปวดศีรษะ ตัวอุ่นๆเหมือนเป็นไข้หรือว่าพบมีรอบแดงบริเวณที่ฉีดเป็นวงกว้าง ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อใช้ปริมาณยาที่สูง

ข้อห้ามที่มักไม่นิยมใช้กันคือกรณีที่มีเนื้องอกในสมองหรือในแกนไขสันหลัง หรือเคยมีประวัติมีอาการแพ้ Mistletoe และในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

กรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือคนไข้มีภาวะติดเชื้ออยู่ คนไข้มีภาวะโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง หรือมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ รวมไปถึงคนไข้ที่ประวัติแพ้สารลาเท็ก (Latex) แพ้ผลไม้บางชนิดเช่น กีวี กล้วย อะโวคาโด หรือแพ้สารไคตินที่พบในเปลือกของกุ้งและแกนปลาหมึก

Mistletoe มิสเซิลโท ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Viscum Album, Viscum Coloratum เป็นพืชกึ่งเบียน หรือจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เลยก็คือ ต้นกาฝาก ที่เติบโตบนกิ่งพืชยืนต้นชนิดอื่น  เช่น ต้นแอปเปิ้ล ต้นโอ๊ก หรือต้นสนนั่นเอง  เราอาจจะเคยได้ยินว่า ประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา นิยมนำต้นนี้มาประดับหน้าบ้านในเทศกาลคริสมาสต์  เพราะเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสงบสุขและความโชคดี  แต่รู้หรือเปล่าว่านอกจากจะมีความหมายอันเป็นมงคลนี้แล้ว ต้น Mistletoe ยังมีประโยชน์ในแง่ของการฟื้นบำรุงสุขภาพได้อีกด้วย

โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็ง ที่ประเทศทางยุโรปมีการใช้  Mistletoe ช่วยในการรักษาโรคมะเร็ง เป็นเวลานานมาแล้วเกือบ 100 ปี โดยตั้งแต่เริ่มมีการศึกษาทางการแพทย์มากขึ้นในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา มีการวิจัยและเป็นที่ยอมรับในการนำไปรักษาร่วมกับการรักษาหลักเช่น การฉายแสง และให้เคมีบำบัดอีกด้วย โดยพบว่า Mistletoe นั้น ปลอดภัย ช่วยลดผลข้างเคียงได้เป็นอย่างดี ไม่ลดประสิทธิภาพหรือต่อต้านการรักษาหลัก  จากข้อมูลพบว่ามีการนำมาใช้ในการรักษา โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งปอด  ขณะเดียวกันก็นำมาเสริมรักษาภาวะ HIV  ภาวะตับอักเสบ และโรคข้อเสื่อมตามวัยได้อีกด้วย

เพราะจากการทดลองพบว่า Mistletoe มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และต้านเซลล์มะเร็ง รวมทั้งสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดีขึ้น  โดยพบว่าสาร Lectin ที่อยู่ใน Mistletoe นั้นได้ช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวที่ชื่อแมคโครฟาจ (Macrophage) และ เซลล์เดนไดรติค (Dendritic Cell ) ทำงานได้ดีขึ้นในการทำลายเซลล์มะเร็ง

ขณะเดียวกันในแง่ของการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและการนำมาใช้ในกลุ่มคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มีรายงานการศึกษาย้อนหลังในคนไข้มะเร็งลำไส้เกือบ 800 คน  โดยพบว่าสามารถช่วยเพิ่มระยะเวลาที่ปลอดจากโรคได้ แต่ในกลุ่มที่คนไข้มีโรคกระจายไปมากแล้วการใช้ Mistletoe จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนไข้ ลดอาการอ่อนเพลีย ลดการเบื่ออาหาร ลดความกังวลได้บ้าง

ลักษณะการใช้ Mistletoe ที่เป็นที่นิยมคือการฉีด มีทั้งการฉีดเข้าทางใต้ผิวหนัง (แบบการฉีดอินซูลินในคนไข้เบาหวาน) และการฉีดเข้าทางเส้นเลือด

โดยประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับจากการใช้ Mistletoe คือ

– ช่วยลดอาการจากผลข้างเคียงของเคมีบำบัด  โดยช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวเร็ว  ไม่อ่อนเพลียจนเกินไป  ทำให้ไม่เบื่ออาหารมากจนเกินไป

– ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

– ช่วยให้นาฬิกาชีวิตของผู้ป่วยทำงานได้สมดุลไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนอน การทานอาหาร การย่อย อุณหภูมิของร่างกายไม่ต่ำจนเกินไป

– ช่วยลดปัญหาเรื่องอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน

– ปรับอารมณ์ให้ไปในทางบวก ลดภาวะซึมเศร้า หรือเครียดจนเกินไป

– ช่วยให้อาการปวดจากก้อนมะเร็งควบคุมได้ง่ายขึ้น

โดยผลข้างเคียงที่พบได้ส่วนมากไม่ใช่ปัญหาที่อันตรายอาการข้างเคียงพบเพียงเล็กน้อยและสามารถหายไปได้เอง เช่น อาจจะพบมีปวดศีรษะ ตัวอุ่นๆเหมือนเป็นไข้หรือว่าพบมีรอบแดงบริเวณที่ฉีดเป็นวงกว้าง ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อใช้ปริมาณยาที่สูง

ข้อห้ามที่มักไม่นิยมใช้กันคือกรณีที่มีเนื้องอกในสมองหรือในแกนไขสันหลัง หรือเคยมีประวัติมีอาการแพ้ Mistletoe และในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

กรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือคนไข้มีภาวะติดเชื้ออยู่ คนไข้มีภาวะโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง หรือมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ รวมไปถึงคนไข้ที่ประวัติแพ้สารลาเท็ก (Latex) แพ้ผลไม้บางชนิดเช่น กีวี กล้วย อะโวคาโด หรือแพ้สารไคตินที่พบในเปลือกของกุ้งและแกนปลาหมึก

Share